วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559

เด็กหญิงข้างหน้าต่าง


รูปในจิตนาการจากเรื่องเล่า


             หลังจากกิจกรรมเดินชมธรรมชาติคุณพาพี่ๆ ป.๕ ขึ้นห้องแล้ว ทำกิจกรรมเบรนยิม จากนั้นให้ พี่ๆ นอนเป็นรูปปลาดาว พร้อมๆกับ เปิดดนตรี เพื่อปรับคลื่นสมองให้ต่ำ

             คุณครูเล่าเรื่องโต๊ะโตะจัง ตอนเด็กหญิงข้างหน้าต่าง



               เมื่อคุณครูอ่านตอนเด็กหญิงข้างหน้าต่าง แล้วให้นักเรียนลองจิตนาการโรงเรียนของโต๊ะโตะจังเป็นอย่างไร และโรงเรียนกาละพัฒน์ที่พี่ๆ อยู่ เป็นอย่างไร โดยให้นักเรียนวาดภาพ







                ชิ้นงาน จากจิตนาการของเด็กๆ 
















วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559

นิทานบัตรคำ

เช้าวันอังคารพี่ๆชั้นประถมปีที่ 3 เดินเข้าห้องสมุด รีบจับหาหนังสือที่ตนเองสนใจมาอ่าน พี่ๆนั่งอ่านด้วยความตั้งใจ พอหมดเวลาบางคนก็หยิบหนังสือนิทานที่ตนเองอ่านขอยืมกลับไปอ่านต่อ 

จากนั้นกลับมาที่ห้องเรียนพี่ๆ พี่ๆรู้หน้าที่ของตนเองต่างทำภาระกิจแล้วมานั่งเป็นวงกลมล้อมวง เพื่อเตรียมทำกิจกรรมจิตพาไป (จิตศึกษา) ในวันนี้คุณครูพาพี่ๆกำกับสติด้วยการทำท่าเบนยิม 3 ท่า คือ ท่ากำมือและแบมือ ท่ากรรไกรกับต้นหญ้า และท่าสุดท้าย ขนมจีบใส่ถาดตัวแอล 

ก่อนเริ่มกิจกรรมจิตพาไป คุณครูได้พูดถึงนิทานที่พี่ๆได้อ่านที่ห้องสมุดในตอนเช้า ตั้งคำถาม ทำไมเราจึงหยิบนิทานเรื่องนั้นมาอ่าน เพราะเหตุใด พี่ๆเล่าเหตุผลแตกต่างกันไป แล้วคุณครูก็พาเข้าทำกิจกรรม โดยมีบัตรคำจำนวนหลายใบใส่ในตะกร้าให้พี่ๆหยิบคนละ 1 ใบ  จากนั้นพี่ๆได้กระดาษสี คนละ 1 แผ่น ดินสอคนละ 1 ด้าม เมื่อพี่ๆได้อุปกรณ์ครบแล้ว คุณครูได้อธิบายภาระกิจที่พี่ๆต้องทำ



โดยนำบัตรคำที่ตนเองหยิบได้มาแต่งเป้นนิทาน หรือเรื่องเล่าแบบใดก็ได้ ให้ผู้อื่นสนใจ
เมื่อทุกคนทราบแล้วก็ลงมือทำงานด้วยความตั้งใจ ใช้กระบวนการคิด ทบทวน กลั่นกรอง บทความเรียงร้อยเป็นตัวหนังสือ ที่เขียนเล่าเรื่องราวลงในกระดาษ 


เมื่อพี่ๆทุกคนได้เรียงร้อยเรื่องราวเสร็จ จึงแลกเปลี่ยนเล่าเรื่องราวของตนเองให้เพื่อนๆและครูได้ฟัง ผุ้เล่าสนุกกับการเล่า ผู้ฟังตั้งใจฟังกับเรื่องของเพื่อน ขณะที่เล่า และฟัง ก่อเกิดกระบวนการต่างๆ มีการตั้งคำถาม ที่น่าสนใจคะ เราไปฟังนิทานที่พี่ๆแต่งด้วยกันคะ



วันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ก่อร่างสร้าง(ตึก)



          คุณครูเล่าเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เขาเป็นคนมีน้ำใจเมื่อเดินทางผ่านไปที่ใด เขาก็มักจะช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ เด็กผู้หญิงคนนี้ต้องนั่งรถไฟบรรทุกท่อนไม้ เพื่อไปสร้างตึกสูงยังเมืองใหญ่ ระหว่างทางได้เจอสัตว์ป่าหลายตัว เด็กหญิงชักชวนสัตว์น้อยใหญ่ร่วมเดินทางด้วยกัน แต่สัตว์ทุกตัวขออยู่ในป่า และบอกให้เด็กหญิงลองไปชวนพี่อ.3 ที่โรงเรียนกาละพัฒน์ 

         เด็กหญิงชวนคุณครูทั้งสองและเพื่อนอีกสองคนขึ้นมานั่งด้วยกันในรถไฟขบวนสีส้ม จากนั้นก็ชวนเพื่อนๆอีกสี่คนขึ้นนั่งขบวนสีเหลือง และชวนเพื่อนสี่ขึ้นมานั่งยังขบวนสีเขียวซึ่งเป็นขบวนสุดท้าย แต่ทำอย่างไรดีล่ะตอนนี้ที่นั่งในรถไฟเต็มแล้ว และเพื่อนเราอีกสองคนก็ยังไม่ได้ขึ้นมาด้วยกัน

"   พี่ตาต้ายกมือเสนอว่า ให้เพื่อนรอรถไฟขบวนต่อไปดีมั้๊ย   "
"    พี่พุทธโธยกมือขึ้นบอกว่า เราน่าจะขยับที่ให้เพื่อนนะ   "
"     พี่เอมก็เห็นด้วยและบอกว่าเราจะขยับเหมือนกัน   "

สมาชิกในขบวนสีเหลืองจึงพร้อมกันขยับ และชวนเพื่อนอีกหนึ่งคนขึ้นมานั่งด้วย
สมาชิกในขบวนสีเขียวก็ขยับ และชวนเพื่อนอีกหนึ่งคนขึ้นมานั่งเช่นกัน

รถไฟขบวนนี้อบอุ่นที่สุดเลย : )


          เมื่อเราเดินทางมาถึงเมื่อใหญ่เราจึงช่วยกันสร้างตึก พี่ๆรอตระกร้าไม้เดินทางผ่านเพื่อนเรามาทีละคน เรารับส่งต่อกันด้วยความนอบน้อม และรอคอยเพื่อที่จะออกมาต่อไม้ขึ้นไปทีละชั้น


          ก่อนเสร็จกิจกรรมในวันนี้ เราได้เล่นเกมตึกถล่มด้วยกัน พี่ค่อยๆออกมาดึงไม้ออกทีละชิ้นด้วยความใจเย็น ทุกคนเคารพการตัดสินใจของเพื่อน คอยเชียร์และส่งกำลังใจไปให้เพื่อนตลอด แม้สุดท้ายตึกจะถล่มลงมา แต่พี่ๆอ.3 ยิ้มกว้างแล้วบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวพวกเรามาช่วยสร้างกันใหม่ก็ได้


          บางคนบอกว่าเคยเล่นเกมนี้แล้วแต่ไม่สนุกแบบนี้  พอวันนี้ได้มาเล่นด้วยกันสนุกดี ช่วยกันสร้างแปบเดียวก็เสร็จ งานอื่นๆก็เหมือนกัน ถ้าทุกคนมาช่วยกันแปบเดียวก็จะสำเร็จเช่นกัน

ขอบคุณความสามัคคีของพี่ๆอ.3 ทุกคนค่ะ




วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2559

เราจะเดินไปพร้อมกัน


วันอากาศแจ่มใส
คุณครูพาพี่ๆป.4และป.5 มาสัมผัสบรรยากาศยามเช้าที่ตึกอนุบาล





ที่เดิมที่เราคุ้นเคย
แต่วันนี้เราลองหลับตาดูได้ไหม







เมื่อเราหลับตา เราจะได้ยินเสียงต่างๆ ชัดขึ้น
เสียงนกน้อยร้องเพลง เสียงไม้ใบ เสียงจิ้งหรีดเต้นระบำ
เสียงของเพื่อน เสียงของคุณครู
แล้วก็เสียงหัวใจของตัวเราเอง




แม้อยู่ในความมืดก็ไม่มีอะไรน่ากลัว
เพราะเราทุกคนเชื่อใจกัน


เราทุกคนมีความรักให้แก่กัน
เราไว้ใจว่าเพื่อนจะก้าวไปพร้อมกันกับเรา

เ ร า ะ จ ะ เ ดิ น ไ ป พ ร้ อ ม กั น


วันอาทิตย์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2559

ห่วงยาง ห่วงใย



เราต้นกิจกรรมที่มีความหมายด้วยการ
ส่ ง ต่ อ อ ย่ า ง น อ บ น้ อ ม
ตะกร้าใบน้อยเดินทางไปรอบวง
เรามีดอกบัวน้อยให้เพื่อนที่ช่วยบริการให้เรา
และก็มีดอกบัวน้อยสวยๆให้กับเพื่อนด้วยเช่นกัน

ตะกร้าใบนี้มีห่วงยางอยู่มากมาย
เด็กๆจะได้หยิบวางเอาไว้ที่บ้านคนละหนึ่งกำมือ




เมื่อทุกคนได้รับห่วงยางแล้ว
พี่ห่วงยางของทุกๆคนก็อยากจะแปลงร่างเป็นวงกลม

บ้างก็เป็นวงเล็ก บ้างก็เป็นวงใหญ่
เมื่อเราพอใจในสิ่งที่เรามี  เราจึงเป็นคนที่มีความสุข


พี่ห่วงยางขอแปลงร่างเป็นกบอ๊บอ๊บดูบ้าง
เราลองมากระโดดแข่งกันสิ
ใครจะกระโดดถึงบ้านก่อนกัน

เมื่อหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วก็เป่าลมนั้นออกมา
พี่กบก็จะกระโดดไปได้ไกลทีเดียว



บางคนกระโดดไปถึงเร็ว บางคนก็กระโดดไปถึงช้า
แต่พวกเราทุกคนจะกระโดดไปถึงจุดหมาย

เราส่งกำลังใจให้กันและกัน
ส่งกำลังใจผ่านพี่ห่วงยาง ผ่านไปยังพี่กบอ๊บอ๊บ



เราบอกตัวเองว่าเราเป็นคนที่ยอดเยี่ยม
เราเป็นคนเก่งและเราก็ทำได้


แล้วพี่กบอ๊บอ๊บทุกคนก็กระโดดถึงบ้าน

- - -

ห่วงยางไม่รู้เป็นของใคร แต่ห่วงใยเป็นของเธอ

ขอบคุณทุกๆกำลังใจความห่วงใยที่ทุกๆคนที่มีให้กันค่ะ

เปิดหู ปิดตา



เช้าวันนี้ฝนตกอีกแล้ว ดอกไม้ยิ้มให้สายฝนอย่างดีใจ
เราได้กลิ่นของต้นหญ้า อากาษเย็นสบายทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย

เราลองปิดพี่ตาของเรา...
ตอนนี้เรานอนอยู่เตียงนุ่มนิ่ม เรารู้สึกสบาย เรารู้สึกผ่อนคลาย
คืนนี้เป็นที่มืดมิด มืดเสียจนมองไม่เห็นแสงดาว
เราได้ยินเสียงลมพัดมา เราได้ยินเสียงใบไม้ปลิวไหว
เราได้ยินเสียงอะไรบ้าง


เราใช้มือข้างที่ถนัด ลองทำอะไรที่ไม่ถนัด
เมื่อมองไม่เห็นแต่ว่าเรายังได้ยินเสียง

...


เราได้ยินเสียงอะไรบ้าง มาวาดรูปกัน




เราได้ยินเสียงอะไรบ้าง?

เพื่อนได้ยินเสียงอะไรบ้าง?

เปิดตาและเปิดหู เพื่อรับฟังกันและกัน








เราหลับตาเป็นไหม?

หลับตาแล้วมองเห็นไหม?

เราฟังเป็นไหม?

ฟังแล้วได้ยินไหม?





วันพุธที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2559

แสงประกายจากการเริ่มต้น


แสงประกายจากการเริ่มต้น

          เช้าวันใหม่คือ การเริ่มต้นที่สดใส เหตุการณ์ทุกเหตุการณ์มันก็ต้องมีจุดเริ่ม และทุกปัญหาก็ย่อมมีทางแก้ เมื่อล้มก็ต้องรู้จักลุก เมื่อหนูพร้อมที่จะลุก หนูก็ทำได้ เช่นเดียวกับประกายไฟ



             ทุกชีวิตต้องเริ่มจาก 1  เริ่มต้น จาก 1 ก็ไปเป็น 2 จาก 2 ก็ไปเป็น 3 และเริ่มต่อไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  ดั่งเทียนเล่มน้อย ที่มีรูปร่างเป็นตัวเลข 1-10 และเป็นรูปดาวอีก 2 ดวง ไส้เทียนจะอยู่ส่วนบนสุดของเทียน เพื่อจุดไฟให้แสงสว่าง เด็กๆทุกคนจะได้รับเทียนคนละ 1 เล่ม และมีอีก 2 คนที่จะได้ดวงดาว 2 คนนั้นก็พอใจที่ได้ในสิ่งที่ตนมี แม้จะแตกต่างกับเพื่อนคนอื่น แต่ก็สุขใจที่ได้ ร่วมอธิฐานสร้างความสุขร่วมกัน

   เมื่อแสงไฟจากเทียน ติดประกายขึ้น แสงไฟจากเทียน ส่องแสงสว่าง ไปทั่วทั่งห้องเรียน แม้บรรยากาศ เงียบสงบ มืดมิดมีเพียงแสงรำไร จากเทียนไข แต่ทุกคนก็ไม่หวาดกลัว เฝ้ามอง แสงจากเทียน รอคอยการดับไปของแสงเทียน บ้างก็ดับไปเร็ว บ้างก็ดับช้า บ้างก็ดับตั้งแต่จุดและก็เริ่มจดใหม่ให้ติดขึ้นได้ ทุกคนก็มีความสุขที่ได้เห็นแสงเทียน นอกจากนี้ เด็กๆยังได้ขอพรอธิฐานจากแสงเทียน อธิฐานในใจเพื่อมอบความสุขให้กับสิ่งที่ตนรัก พอเปิดตาขึ้นมาแสงไฟก็ดับไป แต่สิ่งที่สังเกตได้คือ ทุกคนยังยิ้มให้กัน ส่งความรักความสุขต่อกันได้อย่างสุขใจ


           ต่อให้แสงประกายนั้นดับไป แต่เทียนไขก็จุดใหม่ได้อยูดี ตัวเลขก็ต้องเริ่มจาก 1 ไปหาตัวเลขอื่น ถ้าล้มแล้วก็ลุกขึ้นยืน มีบาดแผลใส่ยาเดี่ยวก็หาย เรียนรู้ที่จะอยู่อย่างเข้มแข็ง เริ่มต้นใหม่อย่างมีความสุข เช่นเดียวกับเทียนที่ถูกไฟละลายแต่สุดท้ายน้ำตาเทียนก็กลับมาแข็งตัวได้ ถ้าหากยังมีไส้เทียนก็เริ่มจุดไฟใหม่ได้ให้มีไฟส่องสว่างให้ทางที่มืดมิดสว่างได้เช่นเดิม





# สร้างกำลังใจในการเริ่มนับ 1 ใหม่ ดั่งประกายไฟ ที่แม้ดับไปก็จุดใหม่ได้เช่นกัน #